ข้อตกลงและเงื่อนไข
ข้อตกลงและเงื่อนไข (“ข้อตกลง”) นี้ ถือเป็นสัญญาให้บริการที่ใช้บังคับกับการใช้บริการและการเข้าร่วมของลูกค้า
ในบริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลและการทำธุรกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัท ทรู มันนี่ จำกัด ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการ (“ผู้ให้บริการ“) (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกบริการดังกล่าวว่า “บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล” หรือ “NDID Services” และจะเรียกลูกค้าที่เข้าร่วมบริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลว่า “ผู้ใช้บริการ”) โดยที่การให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้ให้บริการนี้จะดำเนินการผ่านระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (“Digital ID Platform”) ที่บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัล ไอดี จำกัด (“NDID“) เป็นผู้จัดให้มีขึ้น โดยมีนโยบายและเงื่อนไขการใช้บริการระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเป็นไปตามที่ NDID กำหนด ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ได้ website: [https://www.ndid.co.th/termandcon.html]

ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า การยอมรับข้อตกลงนี้ให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้อ่าน เข้าใจ และตกลงที่จะผูกพันตามข้อตกลงนี้ รวมถึงนโยบายและเงื่อนไขการใช้บริการระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของ NDID ทั้งนี้ หากผู้ใช้บริการไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าวนี้ โปรดอย่าเข้าถึง หรือใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล

1. ผู้ใช้บริการทราบว่าก่อนที่ผู้ใช้บริการจะสามารถใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลได้ ผู้ใช้บริการจะต้องลงทะเบียนเพื่อพิสูจน์ตัวตนกับผู้ให้บริการภายใต้ข้อตกลงนี้ หรือได้เคยลงทะเบียนเพื่อพิสูจน์ตัวตนกับผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลรายอื่น ซึ่งผู้ใช้บริการได้ทำความตกลงที่มีผลทางกฎหมายโดยมีข้อกำหนดในลักษณะเดียวกันกับข้อตกลงนี้ (ซึ่งต่อไปนี้ หากมิได้ระบุไว้เป็นการเฉพาะ จะเรียกผู้ให้บริการ หรือผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลรายอื่น รวมกันและแทนกันว่า “Identity Provider” หรือ “IdP”)

2. ผู้ใช้บริการรับทราบว่าในการให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ผู้ให้บริการอาจทำหน้าที่เป็น IdP และ/หรือผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (Authoritative Source) แล้วแต่กรณี

3. เมื่อผู้ใช้บริการขอรับบริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลจากผู้ให้บริการแล้ว ผู้ใช้บริการตกลงต่อผู้ให้บริการดังต่อไปนี้
(1) ผู้ให้บริการมีสิทธิใช้ผลการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้ใช้บริการที่ Identity Provider ได้ดำเนินการผ่าน Digital ID Platform
(2) ผู้ให้บริการมีสิทธิที่จะรวบรวม ได้รับ ใช้ ประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจากผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่เกี่ยวข้อง (Authoritative Source)

4. ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า NDID เป็นเพียงผู้ให้บริการระบบ Digital ID Platform ซึ่งเป็นระบบงานสำหรับการส่งต่อข้อมูลและ/หรือจัดเก็บบันทึก Logs ข้อมูลระหว่างสมาชิกของ NDID ตามข้อตกลงและเงื่อนไขของ NDID เท่านั้น โดย NDID จะไม่สามารถเข้าถึงและ/หรือแทรกแซงเนื้อหาของข้อมูลที่มีการแลกเปลี่ยนในระหว่างสมาชิกด้วยกันได้

อนึ่ง ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า สมาชิกของ NDID ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Digital ID Platform อาจมีการส่งต่อและ/หรือจัดเก็บบันทึก Logs ตามวรรคหนึ่งได้ ทั้งนี้ ข้อมูล Logs ดังกล่าวอาจประกอบไปด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล รวมถึงการทำรายการต่าง ๆ บนระบบ Digital ID Platform แต่จะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้

5. ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า ความสัมพันธ์ในทางสัญญา (ซึ่งรวมถึงข้อเรียกร้องและความรับผิด) ระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการ TrueMoney Wallet และ/หรือบริการอื่น ๆ ของผู้ให้บริการนั้นถือว่าเป็นความผูกพันระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการเท่านั้น โดยผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อผู้ใช้บริการสำหรับการใช้บริการ TrueMoney Wallet และ/หรือบริการใดก็ตามที่มีการนำเสนอ ให้บริการ หรือขายบริการแก่ผู้ใช้บริการโดยผู้ให้บริการ โดยที่ NDID จะไม่รับผิดชอบต่อการใช้บริการ TrueMoney Wallet และ/หรือบริการอื่น ๆ ของผู้ให้บริการ นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า NDID ตลอดจนบรรดากรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน หรือตัวแทนของ NDID จะไม่รับผิดต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเสียหายโดยตรง ค่าเสียหายโดยอ้อม ค่าเสียหายอันเป็นผลสืบเนื่อง ค่าเสียหายเชิงห้ามปราม ค่าเสียหายเชิงลงโทษ หรือค่าเสียหายอื่นใด ซึ่งรวมถึงการสูญเสียผลกำไรและการสูญเสียค่าความนิยม (goodwill) ซึ่งเกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการและ/หรือบุคคลอื่นใด อันเป็นผลมาจากหรือเกิดจากการให้บริการ หรือทำรายการใด ๆ ผ่าน Digital ID Platform ของ NDID

6. กรณีผู้ให้บริการทำหน้าที่เป็น Idenitty Provider ผู้ใช้บริการตกลงและรับทราบว่า
(1) ผู้ใช้บริการจะต้องเป็นผู้ใช้บริการที่มีบัญชี TrueMoney Wallet
(2) ผู้ใช้บริการตกลงว่าหากมีการลงทะเบียนเข้าผูกพันตามเงื่อนไขภายใต้ข้อตกลงและ/หรือมีการเข้าใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล โดยใช้ตัวอักษร อักขระ ตัวเลข สัญลักษณ์ รวมถึงข้อมูลทางชีวภาพ ที่ผู้ใช้บริการกำหนดขึ้นเพื่อเข้าใช้บัญชี TrueMoney Wallet ซึ่งภายใต้เงื่อนไขการให้บริการ TrueMoney Wallet เรียกรวมกันว่า “รหัสผ่าน” ให้ถือว่าเป็นการกระทําโดยตัวของผู้ใช้บริการเองทุกประการ โดยไม่สามารถยกเลิก เพิกถอน เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขได้ และผู้ใช้บริการตกลงผูกพันตามเงื่อนไขภายใต้ข้อตกลงนี้ และ/หรือการใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลดังกล่าวทุกประการ
(3) ผู้ใช้บริการตกลงว่าผู้ให้บริการสามารถสร้าง ออก จัดเก็บ และนำไปใช้ซึ่งเครื่องมือพิสูจน์ตัวตน (authenticators) (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดแต่เพียง OTP, PIN, Username and Password, Token, Face ID, Finger Print และอื่น ๆ) ในนามของผู้ใช้บริการและอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้บริการแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ เครื่องมือพิสูจน์ตัวตน (authenticators) ที่ได้เก็บรักษาไว้กับผู้ให้บริการนั้นยังสามารถใช้เป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ใช้บริการอันมีผลผูกพันตามกฎหมาย โดยให้ถือว่าเครื่องมือพิสูจน์ตัวตน (authenticators) ดังกล่าวนั้นเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการอาจจะใช้เครื่องมือพิสูจน์ตัวตน (authenticators) ดังกล่าวกับธนาคาร ผู้ให้บริการอื่น ๆ ผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (Authoritative Source) หรือบุคคลอื่นใด เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตัวตน ยืนยันตัวตน การให้ความยินยอม หรือการอนุญาตของผู้ใช้บริการ ภายใต้ข้อตกลงและเงื่อนไขที่บุคคลดังกล่าวเป็นผู้กำหนด
(4) หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการลงทะเบียน (enrollment) ผู้ใช้บริการตกลงที่จะรักษาเครื่องมือพิสูจน์ตัวตน (authenticators) ที่ผู้ให้บริการออกให้นั้นอย่างปลอดภัยและเก็บไว้เป็นความลับ ไม่เปิดเผยให้บุคคลอื่นล่วงรู้ ผู้ใช้บริการไม่สามารถมอบหมายหรือโอนสิทธิในการใช้และเข้าร่วมบริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลไปให้แก่บุคคลอื่นใดได้หากผู้ให้บริการไม่ได้ตกลงด้วย ผู้ใช้บริการตกลงว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบหากมีบุคคลอื่นใดใช้เครื่องมือพิสูจน์ตัวตน (authenticators) ของผู้ใช้บริการ โดยที่ผู้ให้บริการและ NDID ไม่ต้องรับผิดต่อความสูญเสียใด ๆ อันเป็นผลมาจากการที่มีบุคคลอื่นใดใช้เครื่องมือพิสูจน์ตัวตน (authenticators) ของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าผู้ใช้บริการจะทราบหรือไม่ก็ตาม

7. กรณีผู้ให้บริการทำหน้าที่เป็นผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (Authoritative Source) เมื่อผู้ใช้บริการได้ดำเนินการผ่านการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการสำเร็จแล้ว ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการในฐานะผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (Authoritative Source) ดำเนินการส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้แก่ผู้ให้บริการรายอื่นที่เกี่ยวข้อง หากผู้ใช้บริการปฏิเสธที่จะให้ผู้ให้บริการในฐานะผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (Authoritative Source) ดำเนินการส่งข้อมูลดังกล่าว ผู้ใช้บริการตกลงและรับทราบว่า ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถทำธุรกรรมต่อไปได้ และผู้ให้บริการรายอื่นที่เกี่ยวข้องอาจไม่สามารถที่จะมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นใดตามที่ผู้ใช้บริการต้องการได้

8. ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า ผู้ให้บริการอาจเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูล ที่ผู้ใช้บริการมอบให้แก่ผู้ให้บริการซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เช่น ข้อมูลชีวภาพ (ยกตัวอย่างเช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ, การจดจำใบหน้า) เพื่อดำเนินการตามสัญญาระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการ และ/หรือ ดำเนินการใด ๆ ภายใต้วัตถุประสงค์ที่มีอยู่ในสัญญาดังกล่าว

นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งผู้ใช้บริการได้เข้าไปเป็นคู่สัญญา ผู้ให้บริการอาจเปิดเผยข้อมูลตามวรรคหนึ่งที่ผู้ใช้บริการมอบให้แก่ผู้ให้บริการรายอื่น NDID สมาชิกรายอื่นใดของ NDID และ/หรือบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ในการรับรองความถูกต้องของข้อมูล การบริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล การอนุญาต (authorization) และการทำธุรกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง

9. ผู้ใช้บริการรับทราบนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้บริการ (Privacy Policy) และตกลงว่า เมื่อผู้ใช้บริการมีการขอใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการใด ๆ ของผู้ให้บริการรายอื่น เมื่อได้รับการร้องขอจากผู้ใช้บริการผ่านผู้ให้บริการรายอื่น ผู้ให้บริการอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการที่เคยเปิดเผยต่อผู้ให้บริการโดยเฉพาะข้อมูลชีวภาพ (ตามที่ระบุในข้อ 9) เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ

ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า การยืนยันตัวตนนั้นจะอ้างอิงจากข้อมูลที่ผู้ใช้บริการให้ไว้เท่านั้น โดยผู้ให้บริการอาจขอเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวจากผู้ใช้บริการเป็นครั้งคราว และผู้ใช้บริการตกลงว่าจะอนุญาตให้ผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลซึ่งผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่เกี่ยวข้อง (Authoritative Source) ได้เก็บรวบรวม รักษา และมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของผู้ใช้บริการนั้น อย่างไรก็ดี ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า หากผู้ใช้บริการไม่อนุญาตให้ผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ ผู้ให้บริการจะไม่สามารถดำเนินขั้นตอนการยืนยันตัวตนให้แก่ผู้ใช้บริการได้ และผู้ใช้บริการอาจจะไม่ได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการจากผู้ให้บริการรายอื่นนั้นตามที่ตนต้องการได้

10. ภายใต้นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ให้บริการ (Privacy Policy) ผู้ใช้บริการตกลงที่จะดำเนินการผ่านผู้ให้บริการเพื่ออนุญาตให้ผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (Authoritative Source) ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้กับผู้ให้บริการ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า หากผู้ใช้บริการปฏิเสธที่จะดำเนินการดังกล่าวและทำให้ผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (Authoritative Source) ไม่สามารถส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้กับผู้ให้บริการได้ ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถทำธุรกรรมต่อไปได้ และผู้ให้บริการรายอื่นอาจไม่สามารถที่จะมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นใดตามที่ผู้ใช้บริการต้องการได้

11. ผู้ให้บริการอาจอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอของผู้ใช้บริการในการสมัครเข้าใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้ให้บริการก็ได้ หาก Identity Provider ไม่สามารถพิสูจน์และยืนยันตัวตน หรือผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (Authoritative Source) ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลหรือไม่สามารถส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามเงื่อนไข (requirement) ที่กำหนด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม

12. คำขอสมัครใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้ให้บริการจะมีผลสมบูรณ์เมื่อ Identity Provider ได้พิสูจน์และยืนยันตัวตน และผู้ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ (Authoritative Source) ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลและได้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการแก่ผู้ให้บริการแล้ว

13. ผู้ใช้บริการรับรองว่า ข้อมูลและเอกสารทั้งหมด (รวมทั้งสำเนาของข้อมูลและเอกสารดังกล่าว) ที่มอบให้แก่ผู้ให้บริการ (ถ้ามี) เพื่อเป็นการพิสูจน์และยืนยันตัวตนและ/หรือการอนุญาต (authorization) นั้น เป็นจริง ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และรับรองว่าผู้ใช้บริการมีความสามารถในการใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลได้ ซึ่งรวมถึงมีความสามารถในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับบริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลด้วย

14. ผู้ใช้บริการตกลงว่าจะมอบข้อมูลเพิ่มเติมใด ๆ ก็ตามให้แก่ผู้ให้บริการเมื่อได้รับการร้องขอ และ/หรือจะปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบัน พร้อมแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้น

15. ผู้ใช้บริการตกลงและรับทราบว่า ผู้ให้บริการจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลบัตรประชาชน รูปถ่ายใบหน้าสำหรับยืนยันตัวตน เบอร์โทรศัพท์ และ ข้อมูลโปรไฟล์ ที่ได้ให้ไว้แก่ผู้ให้บริการ และ/หรือที่อยู่ในความครอบครองของผู้ให้บริการ และ/หรือที่ผู้ให้บริการได้รับหรือเก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นหรือบุคคลอื่นใดโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิจารณาคำขอลงทะเบียนเข้าใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล การเข้าใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หรือวัตถุประสงค์อื่นใดเกี่ยวกับการให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล
ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบและศึกษารายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านนโยบายการคุ้มครองส่วนบุคคลของผู้ให้บริการ ได้ที่นี่

16. หากการให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้ให้บริการเกิดความผิดพลาด ล่าช้า ไม่ว่าเกิดขึ้นจากระบบคอมพิวเตอร์ ระบบอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ หรือระบบอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการบริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล รวมทั้งระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และไม่ว่าจะเกิดจากเหตุใดๆ ผู้ใช้บริการตกลงไม่ยกเอาเหตุขัดข้องดังกล่าวมาเป็นข้อเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากผู้ให้บริการ

17. ผู้ให้บริการจะไม่รับผิดชอบในทุกกรณีต่อความสูญหาย หรือเสียหาย ไม่ว่าจะโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อม อันเกิดขึ้นกับข้อมูลในโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์อื่นใดอันเป็นผลมาจากการให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล

18. ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมชําระค่าธรรมเนียมสำหรับการใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลตามอัตราที่ผู้ให้บริการกําหนด (ถ้ามี) ทั้งนี้ ผู้ให้บริการสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมได้โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

19. ในกรณีที่ผู้ใช้บริการประสงค์จะยกเลิกการใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ผู้ใช้บริการต้องแจ้งความประสงค์ด้วยตนเองผ่านช่องทางศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (TrueMoney Customer Care) 1240 หรือช่องทางอื่นตามที่ผู้ให้บริการกำหนด และดำเนินการตามวิธีการที่ผู้ให้บริการกำหนด

20. ผู้ให้บริการสงวนสิทธิยกเลิกการให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หรือระงับการให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ผ่านช่องทางของผู้ให้บริการ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ผู้ใช้บริการใช้เอกสารปลอม หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จในการลงทะเบียนเข้าใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล รวมถึงการแจ้งข้อมูล หรือแสดงเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือแสดงเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนตามที่ผู้ให้บริการร้องขอ หรือ
(2) ผู้ให้บริการมีเหตุสงสัยว่าผู้ใช้บริการกระทำความผิด หรือพยายามกระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนด หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี หรือกระทำการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ให้บริการ หรือบุคคลอื่นใด หรือ
(3) ผู้ใช้บริการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย หรือ
(4) ผู้ใช้บริการประพฤติผิดเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งที่กำหนดไว้ข้อตกลงนี้ หรือ
(5) การยกเลิกและ/หรือระงับการใช้งานบัญชี TrueMoney Wallet ถือเป็นการยกเลิกและ/หรือระงับการใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลผ่านช่องทางของผู้ให้บริการนี้ด้วย
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบในความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดอันเนื่องมาจากการระงับ และ/หรือยกเลิกการใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลดังกล่าว

21. ผู้ให้บริการไม่รับผิดชอบในความเสียหาย หรือความสูญหายที่เกิดจากการใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของผู้ใช้บริการ อันเนื่องจากการที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์อื่นใดของผู้ใช้บริการได้สูญหาย หรือถูกขโมย หรือผู้ใช้บริการถูกหลอกลวง หรือจากเหตุสุดวิสัยอื่นใด