ข่าวประชาสัมพันธ์

ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ขั้นวิกฤติ
ทรูมันนี่ โชว์นวัตกรรมทางการเงินในงาน “Thailand Software Fair 2022” พร้อมยกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัล

ทรูมันนี่ ผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์และผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เข้าร่วมจัดแสดงนวัตกรรมทางการเงินในงาน Thailand Software Fair 2022 ของสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (The Association of Thai Software Industry : ATSI) เมื่อเร็วๆ นี้ โดยงานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด The Success Story – The Digital Business Transformation with Thai Software Industry ด้วยมีเป้าหมายในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และนวัตกรรมดิจิทัลในประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ยังได้เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “Incorporating Financial Platforms & Solutions to Your Business” เพื่อร่วมนำเสนอนวัตกรรมการเงินยุคใหม่ที่จะช่วยตอบโจทย์ธุรกิจในยุคดิจิทัล

นายสุทธพัฒน์ จันทร์สว่าง ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชันทางธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวในงานเสวนาว่า “ทางบริษัทฯ มีความยินดีอย่างมากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับทางสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย เนื่องจากเรามีความมุ่งมั่นอย่างมากในการขับเคลื่อนระบบการเงินดิจิทัลในประเทศไทย เพื่อช่วยให้ผู้คนเข้าถึงนวัตกรรมบริการทางการเงินอันหลากหลายและมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในช่วงปีที่ผ่านมาหลังการการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ยอดการชำระเงินรูปแบบอีเพย์เมนท์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของวงการเทคโนโลยีและดิจิทัลที่สร้างความท้าทายใหม่ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการและบริษัทธุรกิจที่ต้องมีการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าเกิดความภักดีต่อแบรนด์ หรือธุรกิจนั้นต่อไป ดังนั้นโซลูชัน TrueMoney for Business จึงเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการให้กับผู้ประกอบการและบริษัทธุรกิจที่ต้องการเพิ่มศักยภาพเพิ่มเติมในการวางแผนการตลาด ไปจนถึงการทำธุรกรรมได้อย่างครบวงจร”

ทรูมันนี่ วอลเล็ท คือแพลตฟอร์มอีวอลเล็ทที่ครอบคลุมที่สุดด้วยจุดรับชำระเงินสูงถึง 7 ล้านจุดทั่วประเทศ จึงการันตีได้ถึงการช่วยเพิ่มยอดขายจากฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มลูกค้าใหม่ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการและบริษัทธุรกิจจากฐานลูกค้าของ ทรูมันนี่ วอลเล็ท ที่มีอยู่กว่า 27 ล้านคนทั่วประเทศ อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าบริการทั้ง 4 รูปแบบของ TrueMoney for Business จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องของต้นทุน รักษาฐานลูกค้า เพิ่มการรับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมได้มากขึ้น ทำให้เจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการ มีเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการในส่วนที่มีความถนัดมากขึ้น

TrueMoney for Business ถูกแบ่งออกเป็น 4 โซลูชันครบวงจร เพื่อให้ผู้ประกอบการและบริษัทธุรกิจสามารถเลือกใช้งานในฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจของตนมากที่สุด ได้แก่

  1. ShopReward+ หรือ ระบบสมาชิกสะสมแต้ม (CRM) แบบสำเร็จรูป ที่มาพร้อม 6 ฟีเจอร์หลักในการจัดการระบบหลังบ้าน ได้แก่
    1.1 Membership: ระบบสมาชิกที่สมัครง่าย รวดเร็วยิ่งขึ้นจากการเชื่อมต่อฐานข้อมูลลูกค้าในแอป ทรูมันนี่ วอลเล็ท
    1.2 Coupon: ระบบการสร้างฟรีคูปอง ให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างโปรโมชันทางการตลาดเพื่อให้ร้านค้าเกิดความน่าสนใจ พร้อมเชิญชวนให้ลูกค้าเข้ามาใช้งาน
    1.3 Loyalty Point: ระบบสะสมคะแนนแบบอัตโนมัติเมื่อลูกค้าใช้จ่ายด้วย ทรูมันนี่วอลเล็ท
    1.4 Burn Point: ระบบสิทธิประโยชน์ในการแลกคะแนนสะสมสำหรับลูกค้า
    1.5 Online Menu: ช่องทางการนำเสนอสินค้าและบริการพร้อมราคาเพื่อให้ง่ายต่อการเลือกซื้อของลูกค้า
    1.6 Paid Coupon: ระบบการสร้างคูปองสำหรับการขายในราคาพิเศษ
  2. ShopDeals แพลตฟอร์มขาย E-Voucher ที่มาพร้อม “Marketing Solution” ให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างคูปองและขายบนแอป ทรูมันนี่ วอลเล็ท สามารถใช้ได้ในหลากหลายหมวดหมู่ธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจความงาม ธุรกิจเครื่องดื่ม ธุรกิจเครื่องสำอาง ธุรกิจนวดและสปา ไปจนถึงธุรกิจโรงแรม
  3. TrueMoney Ads & Solutions แพลตฟอร์มสำหรับการทำโฆษณาหรือแคมเปญเพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์และผลิตภัณฑ์/บริการ พร้อมเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ผ่านสื่อในเครือข่ายของ ทรูมันนี่ วอลเล็ท ในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างตรงจุดมากขึ้น
  4. TrueMoney Payouts โซลูชันสำหรับโอนเงินเข้า ทรูมันนี่ วอลเล็ท ของลูกค้า คู่ค้า หรือพนักงาน มีหลากหลายฟีเจอร์ที่ช่วยตอบทุกโจทย์ธุรกิจ สามารถทำได้ทั้งแบบ Batch และการเชื่อม API ในแบบเรียลไทม์ สามารถเข้ามาทดแทนการให้รางวัลในรูปแบบเดิมที่มีความเสี่ยงในการสูญหาย อาทิ การให้ Gift-Voucher หรือ บัตรเงินสด

“จากที่กล่าวมาทั้งหมด ทรูมันนี่ พร้อมส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการและบริษัทธุรกิจในประเทศไทย เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและดิจิทัล เพื่อพัฒนาการดำเนินธุรกิจ ภายใต้บริบทการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป” นายสุทธพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย