หมวดหมู่
กรุณาเลือกผลิตภัณฑ์ที่สนใจ

ประกันภัยรถยนต์

ประกันการเดินทาง

บริการปกป้องมือถือ

ประกันรถมอเตอร์ไซค์

ประกันสุขภาพ

พ.ร.บ. รถยนต์

ประกันโรคร้ายแรง

ประกันอุบัติเหตุ
ส่วนบุคคล

ประกันสัตว์เลี้ยง

ประกันชีวิต
รูปแบบสะสมทรัพย์

ประกันบ้านและทรัพย์สิน

*ส่วนลด 5% สามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2565 – 30 มิถุนายน 2565 เมื่อซื้อประกันผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ไม่รวมผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตจากบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

คำถามที่พบบ่อย

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ พ.ร.บ.รถยนต์

พ.ร.บ. รถยนต์ เป็นประกันภัยภาคบังคับที่ทางรัฐให้ยานยนต์ทุกคันที่วิ่งบนถนนต้องทำ หากไม่ทำจะมีโทษเสียค่าปรับ เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนไปจนถึงคนเดินเท้าทั่วไปมีหลักประกันคุ้มครองเรื่องค่ารักษาพยาบาลและได้รับเงินชดเชยเมื่อเสียชีวิต ดังนั้นหากเรามีรถยนต์เราจึงควรทำ พ.ร.บ. รถยนต์ไว้ด้วย เพราะค่ารักษาพยาบาลนั้นมีราคาแพง ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา พ.ร.บ จะมาช่วยในส่วนนี้

โดยรวมแล้วเมื่อเหตุอุบัติเหตุจากรถยนต์ พ.ร.บ. จะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคู่กรณี รวมถึงเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพ โดยจะแบ่งออกเป็นค่าเสียหายที่ได้ทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุตามเรทที่กำหนด และหากพิสูจน์แล้วว่าเราเป็นฝ่ายถูกเราจะได้เงินชดเชยเพิ่มเติม

ตามราคาปัจจุบัน พ.ร.บ. รถยนต์ ส่วนบุคคล หรือรถเก๋งที่เรานิยมเรียกกันจะอยู่ที่ราคา 645.21 บาท ต่อปี ซึ่งไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับค่ารักษาพยาบาลที่ พ.ร.บ. จะช่วยเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ต่ออายุ พ.ร.บ. รถยนต์ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเตรียมเอกสารไว้เพื่อกรอกข้อมูลดังนี้ สำเนาทะเบียนรถ หรือเล่มจริง

เมื่อเกิดอุบัติเหตุและเราต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล เบื้องต้นให้เราแจ้งสิทธิกับทางโรงพยาบาล และสำรองจ่ายไปก่อน จากนั้นให้ติดต่อไปยังบริษัทประกันภัยที่เราซื้อ พ.ร.บ. รถยนต์ ให้ทางบริษัทดำเนินเรื่องเบิกค่ารักษาและค่าเสียหายให้ โดยอาจจะต้องเตรียมหลักฐานดังนี้ ใบบันทึกประจำวันจากการแจ้งความ, ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล, ใบรับรองแพทย์, สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบเหตุ, สำเนาบัตรประชนชนของทายาทผู้รับผลประโยชน์

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถจักรยานยนต์

สำหรับประกันรถจักรยานยนต์และประกันรถยนต์ทั้งสองมีความคุ้มครองเหมือนกัน แบ่งออกเป็น ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 3+ เหมือนกัน แตกต่างที่เบี้ยประกันรถจักรยานยนต์ราคาย่อมเยาว์กว่า เริ่มต้นที่ 1,XXX บาท

ประกันรถจักรยานยนต์ เหมาะกับผู้ที่ต้องใช้รถจักรยานยนต์ทุกวันในการเดินทาง เช่น ขับขี่ในเมือง ขับขี่ออกทัวร์ต่างจังหวัด หรือผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ขับขี่อยู่เป็นประจำ คนซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ กล่าวคือทั้งมือใหม่และเซียนขับก็สามารถซื้อได้ เพราะประกันรถจักรยานยนต์จะช่วยดูแลทุกการเดินทางให้อุ่นใจ ช่วยลดความเสี่ยง ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายหากเกิดอุบัติเหตุหรือทุพพลภาพก็จะมีกรมธรรม์ดูแลในส่วนนี้

สำหรับประกันรถจักรยานยนต์จำกัดอายุรถ กล่าวคือรถจักรยานยนต์อายุไม่เกิน 10 ปีเท่านั้นที่สามารถทำประกันรถจักรยานยนต์ได้

ความคุ้มครองของประกันรถมอเตอร์ไซค์ทั้งสองชนิดแตกต่างกันที่เบี้ย ประกันมอเตอร์ไซค์ชั้น 2+ จะให้ความดูแลครอบคลุมกว่า ซึ่งจะรับประกันรถจักรยานยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี คุ้มครองประกันรถหายมอเตอร์ไซค์ ส่วนประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 3+ จะเน้นรับประกันมอเตอรไซค์ที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี แต่ไม่คุ้มครองกรณีประกันรถหาย

หลายคนคงคิดว่าไม่ค่อยได้ใช้รถจักรยานยนต์บ่อย ๆ ใช้นาน ๆ ที มีแค่พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ดูแลก็น่าจะเพียงพอ จะจ่ายเพิ่มทำไม แต่เราอยากแนะนำว่า การซื้อประกันรถจักรยานยนต์เป็นซื้อประกันภาคสมัครใจที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ เติมความคุ้มครองที่เพิ่มเติมจากพ.ร.บ.จักรยานยนต์ ช่วยให้ชีวิตคุณและคนที่รักมีประกันรถมอเตอร์ไซค์ดูแลกรณีบาดเจ็บจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน เช่น รถหาย ไฟไหม้ และช่วยประกันตัวผู้ขับขี่หากเกิดคดี ซึ่งเป็นความคุ้มครองที่คุ้มค่า

ส่วนการเคลมประกันรถจักรยานยนต์ไม่ยาก กรณีเกิดอุบัติเหตุรถชน ให้คุณโทรแจ้งบริษัทฯ ประกัน ระบุที่เกิดเหตุ สถานการณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมิน ในกรณีรถจักรยานยนต์หาย ให้คุณเตรียมใบแจ้งความ พร้อมกับเล่มรถ สำเนาเล่มรถ เพื่อแจ้งประกันว่ารถหาย พร้อมกับทำการเบิกเคลม

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถยนต์

ประกันรถยนต์มีความคุ้มครอง แบ่งออกเป็น ประกันชั้น 1 ประกันชั้น2,  2+ ประกันชั้น 3, 3+  ซึ่งแตกต่างกันที่เบี้ยประกันและความคุ้มครองในแต่ละประเภท โดยลูกค้าสามารถเลือกแบบที่เหมาะสมตามความต้องการของลูกค้าได้เลย

ประกันชั้น 1 จะมีความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด ดังนี้ 

  • อุบัติเหตุรถชนแบบไม่มีคู่กรณี
  • อุบัติเหตุรถชนรถ
  • คุ้มครองรถหาย
  • คุ้มครองรถไฟไหม้
  • คุ้มครองน้ำท่วมรถ
  • ผลกระทบของการก่อการร้าย
  • คุ้มครองชีวิตของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • ประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา
  • คุ้มครองทรัพย์สินเสียหายจากอุบัติเหตุ
  • ค่ารักษาพยาบาลที่เกินจาก พ.ร.บ.

ประกันชั้น 2+ จะมีความคุ้มครองดังนี้ 

  • คุ้มครองอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถยนต์
  • คุ้มครองอุบัติรถยนต์สูญหาย
  • คุ้มครองรถยนต์ไฟไหม้
  • คุ้มครองรถยนต์ถูกน้ำท่วม
  • คุ้มครองผลกระทบจากเหตุก่อการร้าย
  • คุ้มครองกรณีคนขับ และผู้โดยสารพิการ หรือเสียชีวิต
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • มีเงินประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ
  • ค่ารักษาพยาบาลที่เกินจากพ.ร.บ.

ประกันชั้น 3+ จะมีความคุ้มครองดังนี้ 

  • อุบัติเหตุการชนของรถกับรถ
  • อุบัติเหตุส่วนบุคคลของคนขับและผู้โดยสาร
  • รักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • ประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ
  • ค่ารักษาพยาบาลที่เกินจาก พ.ร.บ.

ส่วนใหญ่เจ้าของรถจะซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 สำหรับรถใหม่ป้ายแดง แต่เมื่ออายุการใช้งานของรถเพิ่มขึ้น ความหวงแหนก็จะน้อยลงมา คุณก็สามารถลดจำนวนเงินเอาประกันภัยให้น้อยลงกว่าเดิมได้ เราก็ควรเลือกทุนประกันให้เหมาะสมตามอายุการใช้งานได้

ประกันรถยนต์ชั้น 1 โดยทั่วไปมีทุนประกันขั้นต่ำ 80% ของมูลค่ารถ แต่อย่างไรก็ตามมูลค่าของรถยนต์มักจะลดลงตามจำนวนปีที่เพิ่มขึ้นด้วย เมื่อคำนวณจำนวนเงินเอาประกันภัยจะคิดตามราคาที่กำหนดในปีนั้นๆ เช่น 

รถปีที่ 1 รถใหม่ (ป้ายแดงนั่นเอง) จะได้รับทุนประกัน 80% ของมูลค่ารถ 

เช่น รถใหม่ซื้อมา 700,000บาท ทุนประกัน 80% = 560,000 บาท 

รถปีที่ 2 คันเดิม (ปีนี้ถือว่าไม่ใหม่แล้ว) ทำประกันกับบริษัทประกันเจ้าเดิม จะได้รับทุนประกัน 80% ของมูลค่ารถยนต์ในปีที่แล้ว 

มูลค่ารถปีที่ 2 เป็น 560,000 บาท ทุนประกัน 80% = 448,000 บาท 

แต่ถ้าปีที่ 2 คุณเปลี่ยนบริษัทประกัน บริษัทจะคิดคำนวนทุนประกัน 80% ของราคากลาง

ราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 จะคำนวณได้หลายปัจจัย เช่น ค่าประกันรถยนต์คิดตาม 70-80% ของมูลค่ารถ จำนวนทุนประกันที่ให้ความคุ้มครอง การเลือกส่วนลดเบี้ยประกันต่างๆ เช่น ประวัติการขับขี่ที่ดี การระบุชื่อผู้ขับขี่ และส่วนลดโปรโมชั่นแต่ละบริษัทประกัน

การซื้อประกันชั้น 1 ราคาประหยัดสามารถทำได้หลายวิธีอย่างเช่น ใช้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยประวัติดี เพื่อรับส่วนลด 20-50% แล้วแต่ประวัติของลูกค้าแต่ละท่าน หรือการซื้อแบบมีการระบุชื่อผู้ขับขี่ และเลือกจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ก็จะทำให้คุณลูกค้าได้รับประกันชั้น 1 ในราคาที่ย่อมเยาว์กว่า

ประกันชั้น 1 ต่างจากประกันชั้น 2+ คือ ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุการชนแบบไม่มีคู่กรณี ส่วนประกันรถยนต์ชั้น 2, 2+ จะไม่สามารถเคลมได้หากไม่มีคู่กรณี เช่น ขับรถชนเสาไฟฟ้า ขับรถชนรั้วบ้าน เป็นต้น

ส่วนการเคลมประกันรถยนต์ไม่ยุ่งยากเลย กรณีเกิดอุบัติเหตุรถชน ให้คุณโทรแจ้งบริษัทฯ ประกัน ระบุที่เกิดเหตุ สถานการณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมิน ในกรณีรถยนต์ของคุณหายใช้คุณเตรียมใบแจ้งความ พร้อมกับเล่มรถยนต์ สำเนาเล่มรถ เพื่อแจ้งประกันว่ารถหาย พร้อมกับทำการเบิกเคลม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันการเดินทาง

คือความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยระหว่างการเดินทาง ท่องเที่ยว หรืออยู่ในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว

เป็นการป้องกันตัวเองและคนที่เดินทางด้วยขณะที่เราเดินทาง เช่นเกิดอุบัติเหตุ ต้องเข้าโรงพยาบาล หรือเลวร้ายสุดในกรณีเสียชีวิต รวมถึงจ่ายค่าชดเชยต่างๆ เช่นความล่าช้าของเที่ยวบินด้วย

แล้วแต่นโยบายของบริษัทประกันนั้นๆ โดยทั่วไปแล้วการรับประกันการเดินทางแบบรายบุคคลจะรับประกันที่อายุระหว่าง 1 – 75 ปี

ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง แต่ถ้ามีความเจ็บป่วยอยู่ก่อนควรแจ้งให้บริษัทประกันทราบไว้จะดีกว่า เพราะแต่ละบริษัทประกันก็จะมีเงื่อนไขเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ต่างกันไป

ประกันการเดินทางจะไม่คุ้มครองโรคประจำตัว แต่ลูกค้ายังสามารถซื้อได้ เพื่อคุ้มครองความเสียหายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

ประกันการเดินทางแต่ละบริษัทจะมีการยกเว้นที่ต่างกัน อาจจะไม่คุ้มครองในประเทศที่มีความเสี่ยง เช่น ดังนี้ คิวบา อิหร่าน เกาหลีเหนือ ซีเรีย ยูเครน เบลารุส โซมาเลีย ซูดาน ซูดานใต้ สาธารณรัฐคองโก ซิมบับเว และเนปาล หรือประเทศที่ได้รับการคว่ำบาตรโดย UN สหรัฐอเมริกา หรือ EU ด้วย

สามารถเลื่อนวันเดินทางได้ แต่ต้องบอกให้บริษัทประกันรู้ล่วงหน้าก่อนวันเดินทางตามกรมธรรม์

คือคุ้มครองตั้งแต่วันเดินทางไป – วันที่เดินทางกลับ

คุ้มครองตามกรมธรรม์ จะมีทั้งการช่วยเหลือฉุกเฉิน การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย อุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล รวมไปจนถึงค่าห้องในกรณีผู้ป่วยในด้วย

เบื้องต้นเลยคือช่วยในการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน ค่ารักษาพยาบาล และการเคลื่อนย้ายกลับประเทศไทยซึ่งค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศจะมีราคาสูงมากๆ ซึ่งประกันการเดินทางจะช่วยแบ่งเบาภาระนี้ได้แน่นอน

เก็บใบเสร็จรับเงินตัวจริงค่าใช้จ่ายที่เราจ่ายไปทุกอย่างให้เรียบร้อย

  1. เตรียมเอกสารที่ใช้เคลมประกันการเดินทางให้พร้อม
  2. ติดต่อบริษัทประกันเพื่อแจ้งเคลมตามช่องทางที่บอกไว้ได้เลย
  3. ส่งเอกสารทุกอย่างให้บริษัทประกันภายใน 30 วันหลังวันสิ้นสุดความคุ้มครอง คือหลังวันเดินทางกลับนั่นเอง
  4. บริษัทประกันจะดำเนินการคืนเงินที่เคลมไปภายใน 15 วันทำการ หลังจากตกลงกันได้เรียบร้อย และได้รับเอกสารครบ

ประกันการเดินทางคุ้มครองการสูญหายของทรัพย์สินและสัมภาระโดยการขนส่ง การจี้ปล้น ชิงทรัพย์ต่างๆ ถ้าวางทิ้งไว้แล้วลืมเองประกันจะไม่ได้คุ้มครองในส่วนนี้

เนื่องจากอัตราค่าเงินระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ยากจะคิดเป็นจำนวนเป๊ะๆ ไว้ก่อนได้ จึงใช้เป็นวิธีการจ่ายไปก่อน แล้วนำมาเบิกเคลมทีหลังจะง่ายกว่า

สามารถแจ้งยกเลิกกับบริษัทที่ซื้อประกันการเดินทาง แต่จะได้รับเงินคืนในกรณีที่ลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านเท่านั้น

ถ้าเจ็บป่วยในที่ทุรกันดาร จำเป็นต้องได้รับการรักษาเบื้องต้นก่อนการเคลื่อนย้ายไปรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน ประกันเดินทางนี้ก็ยังคงคุ้มครองอยู่

จะใช้เป็นหมายเลขพาสปอร์ต วัน เวลาเดินทาง ประเทศปลายทางของคุณลูกค้า และเป็นการกรอกเอกสารโดยลูกค้าต้องเป็นคนทำรายการซื้อเอง ดังนั้นขอให้ละเอียดมากๆ ในขั้นตอนการกรอกนะ

แล้วแต่แผนประกันที่ลูกค้าเลือก จะเป็นไปตามจำนวนวัน เริ่มต้นเพียงประมาณ  210 บาท สำหรับการเดินทาง 3 วัน ซึ่งคุ้มค่ามาก

คุณสามารถซื้อก่อนเดินทางเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ต้องซื้ออย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง

คำถามทั่วไปประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล คือประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ จะให้ความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ให้ความคุ้มครองครอบคลุมกรณีต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • กรณีเสียชีวิต
  • การสูญเสียอวัยวะและสายตา
  • กรณีทุพพลภาพถาวร
  • ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลจะคุ้มครองผู้เอาประกันที่มีช่วงอายุตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์แต่ละบริษัท ซึ่งโดยพื้นฐาน จะคุ้มครองผู้เอาประกันที่มีอายุระหว่าง 15 – 60 ปีบริบูรณ์

ในส่วนของประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลจะมีการชดเชยค่ารักษาพยาบาล เฉพาะกรณีที่เป็นการรักษาพยาบาลที่เกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น โดยจะไม่ครอบคลุมการรักษาพยาบาลจากอาการเจ็บป่วยอื่นๆ

สำหรับแผนประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จะให้ความคุ้มครองกรณีประสบอุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดแต่ละบริษัทประกัน ว่าจะคุ้มครองเต็มวงเงิน หรือจำกัดวงเงิน โดยลูกค้าสามารถศึกษาได้จากรายละเอียดของแผนประกันที่ลูกค้าจะซื้อ เพื่อเลือกความคุ้มครองให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย และประกันอื่นๆ ให้ความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุได้ไม่ครอบคลุมเท่ากับประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล การซื้อประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะขณะอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น มันจะช่วยเติมเต็มกรณีที่เดินทางไปประสบอุบัติเหตุในต่างประเทศ ซึ่งประกันการเดินทางไม่ได้ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมไว้

ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลจะไม่รับประกันบุคคลที่ประกอบอาชีพซึ่งมีความเสี่ยงระดับ 3 และ 4 แบ่งออกเป็น

  • อาชีพที่มีความเสี่ยงระดับ 3 เช่น ปฏิบัติหน้าที่ด้านงานช่างหรือทำงานกับเครื่องจักรกลหนัก หรือเป็นผู้ใช้แรงงาน ผู้ขนส่ง
  • อาชีพที่มีความเสี่ยงระดับ 4 เช่น ลักษณะงานเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเป็นพิเศษ

ซึ่งสามารถระบุให้ชัดเจนคืออาชีพดังต่อไปนี้ จักรยานยนต์รับจ้าง คนงานก่อสร้าง ช่างยนต์ กรรมกร พนักงานเหมือง ชาวประมง พนักงานทำความสะอาดกระจก ช่างไฟฟ้า ยาม พนักงานดับเพลิง สตั๊นท์แมน พนักงานขับรถโดยสาร คนขับรถแท็กซี่ คนขับรถขนส่งประจำทาง นักแข่งรถ นักมวย นักประดาน้ำ นักปีนเขา พนักงานขุดเจาะ คนขับเรือ อาสาสมัครกู้ภัย พนักงานติดตั้งเสาอากาศ พนักงานติดตั้งป้ายโฆษณา

คำถามทั่วไปสำหรับประกันสุขภาพ

ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ เพียงแค่ผู้เอาประกันตอบคำถามสุขภาพเบื้องต้นไม่กี่ข้อ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับพิจารณารับประกัน

เลือกวันเริ่มต้นคุ้มครอง เลือกอายุของผู้ทำประกัน และเลือกแผนประกันสุขภาพตามราคาและความคุ้มครองที่ใช่สำหรับคุณ หรือจะเปรียบเทียบเบี้ยก่อนตัดสินใจก็ได้

โดยปกติความคุ้มครองประกันสุขภาพจะมีระยะเวลารอคอย 30 – 180 วัน หลังจากวันที่กรมธรรม์ออก ทั้งนี้ระยะอาจขึ้นอยู่กับโรคและกรมธรรม์ด้วย ของแต่ละบริษัทประกันด้วย เพราะแต่ละโรคมีระยะเวลารอคอยไม่เท่ากัน

ประกันสุขภาพมีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปีเหมือนประกันสุขภาพทั่วไป สามารถเลือกวันเริ่มต้นคุ้มครองได้

การเคลมค่ารักษาสามารถเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือของประกันสุขภาพโดยที่ไม่ต้องสำรองจ่าย หรือหากเป็นโรงพยาบาลนอกเครือก็สามารถเข้าได้โดยสำรองจ่ายก่อนแล้วเบิกเคลมทีหลังก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะต้องกรอกแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมของบริษัทฯ ประกันภัยที่เลือกไว้ พร้อมกับรับรองแพทย์ระบุอาการ และใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ

สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนัด

อายุของผู้ซื้อจะมีผลกับเบี้ยประกันสุขภาพ กล่าวคืออายุน้อย จะเบี้ยน้อย จึงแนะนำว่าคุณลูกค้าสามารถทำประกันสุขภาพได้ตั้งแต่อายุน้อยๆ จะดีกว่า

จะคุ้มครองทั้ง 2 อย่าง โดยจะขึ้นอยู่กับแผนความคุ้มครองที่คุณเลือก จะเป็นผู้ป่วยใน (IPD) ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือผู้ป่วยนอก (OPD) มารักษาแล้วกลับ ประกันสุขภาพก็ดูแลค่ารักษาตามวงเงินที่คุณเลือกไว้ละ

จะแตกต่างกันกับประกันสังคม หากคุณเลือกทำประกันสุขภาพกับเรา คุณสามารถเลือกรักษาตัวในสถานพยาบาลใดก็ได้ที่อยู่ในเครือของบริษัทฯ ประกันภัยที่เลือกไว้ โดยมีวงเงินคุ้มครองสูงสุด 1,000,000 บาท

ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณลูกค้า เนื่องจากประกันสุขภาพจะช่วยเพิ่มความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและอื่นๆ เพิ่มเติมจากสวัสดิการของบริษัท ซึ่งจะช่วยให้ไม่เป็นภาระกับคุณลูกค้าหากเกิดเหตุที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก

ข้อยกเว้นที่ประกันภัยสุขภาพไม่คุ้มครอง ได้แก่

  • โรคเรื้อรังที่เป็นมาแต่กำเนิด โรคทางพันธุกรรม
  • การตรวจรักษาเพื่อความงาม
  • โรคแทรกซ้อนที่เกิดจากการตั้งครรภ์ แท้งบุตร ทำแท้ง
  • โรคเอดส์ การโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ทำเลสิคสายตา หรือค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์เพื่อการมองเห็น
  • การบำบัดจากการใช้สารเสพติดให้โทษ บุหรี่ สุรา
  • โรคทางจิตเวช หรือมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพ สมาธิสั้น เครียด หรือความวิตกกังวล
  • การตรวจรักษาโรคที่อยู่ในระหว่างการทดลอง
  • การฉีดวัคซีนป้องกันโรคหรือป้องกันบาดทะยัก หลังจากถูกสัตว์ทำร้าย
  • การตรวจรักษากับแพทย์ทางเลือก
  • การพยายามฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง รวมถึงอุบัติเหตุจากการกิน ดื่ม หรือฉีดยา สารพิษเข้าร่างกายเกินกว่าที่แพทย์สั่ง
  • การบาดเจ็บที่เกิดจากการเมาสุรา หรือเสพสารเสพติด
  • บาดเจ็บ เพราะร่วมทะเลาะวิวาท
  • บาดเจ็บจากการก่ออาชญากรรม และหลบหนีจากการจับกุม

ทั้งหมดที่เล่ามานี้ ประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครอง และต้องย้ำว่าหลังจากทำประกันสุขภาพเสร็จแล้ว ยังมีระยะเวลาไม่คุ้มครอง (Waiting Period) โดยบริษัทฯ ประกันภัยจะไม่จ่ายผลประโยชน์สำหรับการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นในระยะเวลา 30 วันหลังจากกรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับใช้

กรณีที่ต้องการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย (Free look Period) จะต้องแจ้งเจตจำนง ภายใน 15 วันนับตั้งแต่ที่ได้รับกรมธรรม์ ให้ถือว่าประกันภัยดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้ และบริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยที่ได้ให้กับผู้เอาประกันภัยตามวิธีการที่ได้ตกลงร่วมกัน

คำถามทั่วไปสำหรับประกันโรคร้ายแรง

คือ กรมธรรม์ประกันภัยที่ทำเพิ่มเติมนอกเหนือจากการทำประกันสุขภาพ ทั้งนี้ประกันโรคร้ายแรงจะครอบคลุมโรคร้ายแรงต่างๆ ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยขั้นรุนแรงและเป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น โรคมะเร็ง (แต่ไม่รวมโรคมะเร็งผิวหนัง) โรคตับ โรคไต โรคปอด โรคพาร์กินสัน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด  ฯลฯ โดยความคุ้มครองทางบริษัทจะจ่ายเงินผลประโยชน์ชดเชยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

อย่างที่บอกว่าประกันโรคร้ายแรงจะคุ้มครองโรคที่เกิดจากอาการเจ็บป่วยขั้นรุนแรง และเป็นอันตรายต่อชีวิต หากเราทำประกันโรคร้ายแรงไว้ บริษัทก็จะจ่ายเงินผลประโยชน์ชดเชยให้แก่ผู้เอาประกันเพื่อนำไปรักษาตัว ซึ่งจะช่วยเเบ่งเบาภาระให้แก่คนในครอบครัวด้วย

ประกันโรคร้ายแรงจะมีขอบเขตการคุ้มครองแต่ละโรคที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละกรมธรรม์ บางแผนกรมธรรม์อาจมีคุ้มครองโรคมะเร็งทุกชนิด ส่วนบางแผนกรมธรรม์ก็อาจจะคุ้มครองมะเร็งที่เจาะจงในแต่ละประเภทไป ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการซื้อประกันโรคร้ายแรงต้องอ่านรายละเอียดให้ดี แล้วตัดสินใจเลือกกรมธรรม์ที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง

เราควรซื้อประกันโรคร้ายแรงตั้งแต่ยังมีสุขภาพดี เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งค่าเบี้ยประกันโรคร้ายแรงมักจะเปลี่ยนไปตามอายุของผู้เอาประกันภัย ดังนั้น ผู้ทำประกันที่มีอายุน้อยเบื้ยประกันจะถูกกว่าผู้ทำประกันที่มีอายุมาก

โดยปกติแล้วการทำประกันโรคร้ายแรงจะมีระยะเวลารอคอยประมาณ 90 วัน แต่ทั้งนี้อาจมีกรมธรรม์โรคร้ายแรงบางประเภทที่ต้องใช้ระยะเวลารอคอยนานกว่านั้น ซึ่งผู้ที่ทำประกันต้องอ่านเงื่อนไขให้ละเอียดก่อนทำประกันภัยทุกครั้ง

ประกันโรคร้ายแรงสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ เหมือนกับประกันสุขภาพทั่วไป โดยลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี ท้้งนี้จะแล้วแต่นโยบายการหักภาษีในแต่ละปีด้วย

การทำประกันโรคร้ายแรง ไม่ต้องตรวจสุขภาพ แต่ผู้ทำประกันจะต้องตอบคำถามสุขภาพอย่างตรงไปตรงมา เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการพิจารณาทำประกัน

ประกันโรคร้ายแรงจะให้ความคุ้มครองเฉพาะการเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ โรคปอด เป็นต้น โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพียงครั้งเดียวตามที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ ต่างจากประกันสุขภาพที่เน้นคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลให้ตามวงเงิน

ประกันโรคร้ายแรงมีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี หลังจากวันที่มีผลบังคับใช้ความคุ้มครอง และสามารถเลือกวันเริ่มต้นคุ้มครองได้

คำถามทั่วไปสำหรับประกันบ้านและทรัพย์สิน

ประกันที่คุ้มครองบ้านของคุณจากการไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด รวมถึงภัยจากน้ำ ยานพาหนะ หรือจากอากาศยาน ภัยน้ำท่วม ภัยแผ่นดินไหว รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าลัดวงจร คุ้มครองทรัพย์สินทั่วไปในที่อยู่อาศัยของคุณลูกค้า ประกันตัวนี้ก็คุ้มครอง

สามารถซื้อได้ ประกันนี้รับดูแลลูกค้าที่ไม่แน่ใจในมูลค่าทรัพย์สิน ลูกค้าเลือกซื้อเพิ่ม หากคุณมีประกันอัคคีภัยอยู่แล้ว ถึงบ้านหรือคอนโดมิเนียมของเราติดไฟแนนซ์กับธนาคารอยู่ก็สามารถซื้อกรมธรรม์นี้ได้ โดยคุณจะได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินเพิ่มเติมมากกว่าเดิม

สามารถทำได้ แค่ต้องเลือกแผนประกันที่ให้ความคุ้มครองสิ่งปลูกสร้างให้ถูก ตามแผนประกันที่มีให้เลือกเท่านั้นเอง

มี 4 แบบ  ได้แก่

  1. ลักษณะสิ่งปลูกสร้างเป็นคอนกรีตและอิฐ
  2. ลักษณะสิ่งปลูกสร้างเป็นคอนกรีดล้วน
  3. ลักษณะสิ่งปลูกสร้างเป็นอิฐและไม้
  4. ลักษณะสิ่งปลูกสร้างเป็นไม้ล้วน

คุณสามารถขอเบิกเคลมได้ทันทีหากบ้านหรือที่พักอาศัยของคุณเสียหายไม่จนสามารถพักอาศัยได้อีก โดยความการชดเชยจะขึ้นอยู่กับแผนประกันที่คุณเลือก ดังนั้นจึงเป็นประกันที่ช่วยคุ้มครองเราและครอบครัวได้เป็นอย่างดีเลย

ประกันบ้านและคอนโดจะช่วยชดเชยค่าสินไหมทดแทนตามมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ใหม่ โดยไม่หักค่าเสื่อมราคา

เพราะเข้าใจว่าทุกการสูญเสียเป็นเรื่องที่ทำให้คุณขวัญเสีย เราพร้อมช่วยประสานงานเมื่อคุณประสบเหตุร้าย การเคลมประกันบ้านส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่นาน ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการเตรียมเอกสารตามที่บริษัทฯ ประกันร้องขอ เช่น ถ่ายภาพความเสียหาย ร่องรอยที่เกิดขึ้นกับที่อยู่อาศัย เก็บซากทรัพย์ที่เสียหายไว ตามปรกติคุณจะได้รับเงินภายใน 7 วัน หลังจากบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติการเรียกร้องค่าสินไหม

เมื่อเกิดเหตุต้องถ่ายภาพความเสียหายหรือร่องรอยทั้งหมด อาจจะต้องเก็บซากทรัพย์ที่เสียหายไว้อย่าทิ้งเด็ดขาด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมิน หรือจะเตรียมเอกสารใบเสนอราคาค่าซ่อม ใบเสร็จสินค้า สำเนาบัตรประชาชนให้พร้อม พร้อมกับกรอกแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทรัพย์สินส่วนบุคคลของบริษัทของท่านเพื่อแจ้งเหตุให้บริษัททราบโดยเร็วที่สุด

คำถามทั่วไปสำหรับประกันโทรศัพท์มือถือ

บริการนี้คือบริการดูแลอุปกรณ์ของท่านที่หน้าจอโทรศัพท์เสียหายจากการทำอุปกรณ์ตก กระแทก ถูกทับ โดยอุบัติเหตุภายในระยะเวลาของสัญญา ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของข้อกำหนดการให้บริการนี้ โดยหากเกิดเหตุให้หน้าจอโทรศัพท์เสียหาย ลูกค้าสามารถขอรับบริการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ของท่านในระยะเวลาที่กรมธรรม์คุ้มครองอยู่

เราคุ้มครองได้ทั้งเครื่องใหม่ และเครื่องที่ผ่านการใช้งานมาแล้วไม่เกิน 18 เดือน โดยที่ราคาค่าบริการจะขึ้นอยู่กับราคาของเครื่องโทรศัพท์ของลูกค้าแต่ละเครื่อง

เราจะใช้เลขเครื่องอีมี่ (IMEI) ของโทรศัพท์ เพื่อให้เราสามารถทราบว่ารุ่นโทรศัพท์ของคุณลูกค้าเป็นรุ่นใด เพื่อเราจะได้จัดความคุ้มครองให้ได้ตรงตามโทรศัพท์แต่ละเครื่อง

ลูกค้าสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. ยื่นคำขอรับบริการผ่าน facebook : bolttech Device Protection Asisa, อีเมล์ : [email protected]  หรือโทรศัพท์ 02-430 4077
  2. บริษัทฯ จะทำการนัดหมายเพื่อรับโทรศัพท์ เพื่อทำการประเมิณความเสียหายของโทรศัพท์
  3. บริษัทฯ จะทำการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนโทรศัพท์
  4. บริษัทฯ จะทำการจัดส่งโทรศัพท์กลับไปให้

คำถามทั่วไปสำหรับประกันสัตว์เลี้ยง

ประกันที่คุ้มครองสัตว์ด้วยความคุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รวมถึงยังมีค่ารักษาพยาบาลหากสัตว์เลี้ยงแสนรักได้รับการบาดเจ็บจากอุบ้ติเหตุและเจ็บป่วยด้วย

ประกันนี้เราคุ้มครองสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณ ดังนี้ 

  1. คุ้มครองหากสัตว์เลี้ยงของคุณเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
  2. มีค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุและเจ็บป่วย
  3. ผลประโยชน์ค่าที่พักของสัตว์เลี้ยงที่ต้องนอนเป็นผู้ป่วยในจากอุบัติเหตุ รวมห้อง ICU ด้วย