กองทุน PRINCIPAL GCLOUD

กองทุน PRINCIPAL GCLOUD ลงทุนรับเทรนด์ยุค Work From Home

เรื่องที่ ‘ต้องรู้’ ก่อนลงทุนธุรกิจ Cloud Computing

Cloud Computing คือ บริการที่ให้เราใช้หรือเช่าใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์ ของผู้ให้บริการ โดยครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล และระบบออนไลน์ต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต  ซึ่งเราสามารถเลือกกำลังการประมวลผล เลือกจำนวนทรัพยากร ได้ตามความต้องการในการใช้งาน พูดง่ายก็คือ ใช้เท่าไหร่ ก็จ่ายเท่านั้นนั่นเอง นอกจากนี้เรายังสามารถเข้าถึงข้อมูลบน Cloud จากที่ไหนก็ได้เรียกได้ว่าทั้งสะดวกสบายแถมยังประหยัดเวลา ถ้าจะให้ร้องอ้อทันที ก็ต้องให้นึกถึงบริการ ICloud, Dropbox, Google Drive หรือ Microsoft  Onedrive เป็นบริการที่เราคุ้นเคยกันดี ใช้กันอยู่บ่อยๆ จะเห็นได้ว่า Cloud Computing ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีที่ไกลตัวเราเลย ยิ่งช่วยที่ต้อง Work From Home แบบนี้ ยิ่งเห็นชัดว่าเทคโนโลยี Clould เป็นส่วนหนึ่งในงานของเรา ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพทั้งในด้านของความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และความปลอดภัย รวมไปถึงยังสามารถช่วยลดต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากอีกด้วยเช่นกัน

Sources : openlandscape

ข้อดีของ Cloud Computing

  1. สะดวกสบาย เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ต ทำให้มีความยืดหยุ่นในการทำงาน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เก็บข้อมูล
  2. ป้องกันการสูญหายของข้อมูล รวมถึงปลอดภัยจากไวรัสเรียกค่าไถ่ (Ransomware) ไม่ต้องจ้าง Security เพื่อมาดูแล
  3. จ่ายค่าบริการเท่าที่ใช้ เนื่องจากมักอยู่ในรูปแบบ Subscription ซึ่งสามารถเลือกระดับได้ตามขนาดข้อมูลที่ต้องการใช้ ช่วยลดภาระการจ่ายเงินทุนเริ่มต้น
  4. ได้รับการ Upgrade Software ใหม่ๆ จากผู้ให้บริการอยู่เสมอ ไม่ต้องเสียเวลา Upgrade เองและไม่จำเป็นต้องจ้างเจ้าหน้าที่ด้าน IT ได้โฟกัสกับการทำงานอย่างเต็มที่

โอกาสของธุรกิจ Cloud Services

Cloud Service กำลังจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโลกใบนี้ เช่นเดียวกับกระแสไฟฟ้าหรือเส้นทางรถไฟ เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงนัก เมื่อวิเคราะห์จากกระแสการเติบโตในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และเหตุผลที่ Cloud Services ถึงได้รับการจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลกนั้นคืออะไร มาลองดูข้อมูลกัน

การพัฒนาของเทคโนโลยี ทั้งความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น (5G) ราคาอุปกรณ์ Smartphone และ IoT ที่เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ก็นับเป็นปัจจัยสนับสนุนผู้บริโภคหันมาใช้ระบบ Cloud มากยิ่งขึ้น และบริการ Cloud มีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต โดยมีการคาดคะเนว่าในอีก 5 ปีหลังจากนี้ ธุรกิจกลุ่ม CLOUD SERVICE จะมีรายได้เป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของธุรกิจ Software ทั่วโลก และในอีก 10 ปี สัดส่วนจะขึ้นไปสูงถึง 90%

บริษัทวิจัย MarketsandMarkets คาดการณ์ว่า ตลาด Cloud Computing ทั่วโลกในปี 2563 จะอยู่ที่ 371,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะโตปีละ 17.5%  ในปี 2568 มูลค่าตลาด Cloud Computing ทั่วโลกจะกลายเป็น 832,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ยิ่งมีการแพร่ระบาด Covid-19 ทำให้ทั่วโลกต้องล็อกดาวน์ เป็นตัวเร่งเกิดเทรนด์ใหม่ๆ อย่างการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) การประชุมหรือการเรียนออนไลน์ การซื้อของออนไลน์ผ่านระบบ E-commerce การชำระเงินออนไลน์ (E-payment) การใช้ E-wallet และการใช้สื่อบันเทิงออนไลน์ผ่านระบบสตรีมมิง ซึ่งบริการที่กล่าวมานั้นมีเทคโนโลยี Cloud Computing อยู่เบื้องหลังทั้งนั้น

เรียกได้ว่า เทคโนโลยี Cloud Computing มีบทบาทสำคัญกับทุกกลุ่มผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน ผู้วางระบบไอที ผู้ให้บริการเทเลคอม พนักงานในองค์กร รวมไปถึงการใช้งานทั่วไปส่วนบุคคล สำหรับ ตลาด Cloud Computing ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการรายใหม่ เพราะเป็นตลาดเกิดใหม่ที่กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและเทคโนโลยี รวมทั้งเทรนด์ Internet of Things จะผลักดันให้องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกหันมาลงทุนใช้งานเทคโนโลยี Cloud Computing มากขึ้น

PRINCIPAL GCLOUD
กองทุน CLOUD SERVICES

แหล่งลงทุนธุรกิจ Cloud Services

PRINCIPAL GCLOUD ลงทุนผ่านกองทุนหลัก WisdomTree Cloud Computing UCITs ETF ซึ่งเน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง BVP Nasdaq Emerging Cloud Index ซึ่งหุ้นที่สามารถเข้ามาในการคำนวณ Index ได้ต้องมีรายได้หลักมาจาก Cloud Delivery Model หรือ Cloud Economic Model และบริษัทเหล่านั้นจะต้องมีเงื่อนไขหลัก ๆ ดังนี้

Revenue Growth

– บริษัทที่จะนำเข้าดัชนี: อัตราเติบโตอย่างน้อย 15% ในระยะเวลา 2 ก่อนหน้า

– บริษัทที่อยู่ในดัชนี: อัตราเติบโตมากกว่า 7% ขึ้นไปอย่างน้อย 1 ใน 2 ปีก่อนหน้า

Security

– เป็นบริษัทที่จดทะเบียนใน Nasdaq, NYSE American หรือ CBOE

– มูลค่าบริษัทต้องมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

– ไม่เป็นบริษัทล้มละลาย

Weighting

– สัดส่วนการถือครองหุ้นแต่ละตัวเท่ากัน โดย Re-balance ทุกรอบครึ่งปีในเดือน ก.พ. และ ส.ค. (ใช้ข้อมูล ณ สิ้น ม.ค. และสิ้น ก.ค.)

สรุปข้อมูลกองทุน PRINCIPAL GCLOUD-A 

พามารู้จักกองทุนเปิดใหม่ PRINCIPAL GCLOUD-A เป็นกองทุนหุ้น ลงทุนเฉพาะในอุตสาหกรรม Cloud Computing

  • ลงทุนในกองแม่ (Master Fund) ชื่อ WisdomTree Cloud Computing UCITs ETF Share Class USD Acc
  • ลงทุนแบบ Passive Fund อ้างอิงตามดัชนี BVP NASDAQ Emerging Cloud Index ที่เป็นดัชนีสำหรับบริษัทเกิดใหม่ในตลาดที่สร้างรายได้หลักจากการให้บริการระบบ Cloud และ Software
  • ธุรกิจในอุตสาหกรรม Cloud และ Software มีลักษณะเฉพาะตัวคือ บริษัทเกิดใหม่ที่สามารถให้บริการตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุด จะสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วมากเนื่องจากธุรกิจทำอยู่บนโลก Digital ทั้งหมด
  • บริษัทที่กองทุน PRINCIPAL GCLOUD-A เข้าลงทุนส่วนใหญ่เป็นบริษัทเกิดใหม่ที่มีการเติบโตสูงเเละมีช่องว่างในตลาดให้เติบโตอีกมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจแบบ SaaS (Software as a Service) ทำรายได้จากการเก็บ Subscription ทำให้มีรายได้ที่มั่นคงมาก

กองทุน PRINCIPAL GCLOUD-A จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนในต่างประเทศได้เป็นอย่างดี ด้วยมีผลตอบแทนย้อนหลัง ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน ได้ที่ 4.34% (Benchmark = 6.81%) (ข้อมูล ณ 31 พฤษภาคม 2564)

สรุปกองทุน PRINCIPAL GCLOUD

คำเตือน

  • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า (กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย
  • กองทุนหลักมีการลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology Sector) ซึ่งมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค และความล้าสมัยของสินค้า ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าวผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก และอาจมีความเสี่ยงและความผันผวนของราคาสูงกว่ากองทุนรวมทั่วไปที่มีการกระจายหลายอุตสาหกรรม
  • กองทุนไทย และ/หรือกองทุนต่างประเทศ (กองทุนหลัก) อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่อาจเกิดขึ้นได้จากการลงทุนในต่างประเทศตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งกองทุนหลักอาจได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ซื้อกองทุนกับบลน. แอสเซนด์ เวลธ์ จำกัดปลอดภัยหรือไม่ (กองทุน)

กองทุนรวมโดยบลน. แอสเซนด์ เวลธ์ จำกัด คือ บริการซื้อขายกองทุนรวม ซึ่งลูกค้าสามารถเปิดบัญชีลงทุนได้ง่ายๆ ผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท โดยไม่ต้องใช้เอกสารให้ยุ่งยาก (Paperless) และลูกค้าสามารถซื้อ-ขาย กองทุนได้หลายบลจ. ซึ่งปลอดภัยแน่นอน เพราะเป็นบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน(กองทุน)ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. และกระทรวงการคลัง นอกจากนั้น ชื่อบัญชียังเป็นของลูกค้าเอง (Non Omnibus)

ข้อดีของการซื้อกองทุนผ่านบลน. แอสเซนด์ เวลธ์ จำกัด 

  • สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ทุกที ตลอด24 ชั่วโมง และดูพอร์ตการลงทุนได้ตลอดเวลา
  • ค่าธรรมเนียม ซื้อ-ขายเท่ากับซื้อตรงกับ บลจ.
  • เงินจากการขายกองทุนจะเข้าที่ทรูมันนี่ วอลเล็ท
เข้าสู่หน้าการลงทุน